เกี่ยวกับสมาคม

จากวันวาน…………ถึงวันนี้ ของ อัล อิศลาหฺ สมาคม

ประมาณปี พ.ศ. 2471 “คณะมัสยิดบางกอกน้อย” ได้จัดพิมพ์ “หนังสือวิธีละหมาดตามบัญญัติอิสลาม” เล่มแรกขึ้น จำนวน 1,500 เล่ม เผยแผ่เป็นวิทยาการแก่พี่น้องมุสลิมทั่วไป
ที่สนใจและยอมรับการเผยแผ่สัจจธรรมในแนวทางกิตาบุลลอฮฺ และซุนนะห์ของท่าน
ร่อซูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งเป็นที่มาของการร่วมมือร่วมใจกันของ “คณะมัสยิดบางกอกน้อย” และพี่น้องมุสลิมทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ ที่เล็งเห็นความสำคัญในการเผยแพร่หลักธรรมคำสอนของอัลอิสลามตามแนวทางของกิตาบุลลอฮฺ และ
ซุนนะห์  ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดตั้งและจดทะเบียนสมาคมทางศาสนาอย่างเป็นทางการขึ้นสำเร็จในปี พ.ศ. 2475 (ฮ.ศ. 1353) ใช้ชื่อว่า อัล อิศลาหฺ สมาคม
หลังจากนั้นได้ทำการแต่งตั้งกรรมการอำนวยการชุดแรกขึ้น โดยมีตวนอับดุรเราะหฺมาน อับดุลลอฮฺ กรีมี (ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ) เป็นนายกสมาคมฯคนแรก สมาคมฯ ได้เริ่มดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทางศาสนาตามวัตถุประสงค์และระเบียบข้อบังคับที่ตราไว้ตลอดมา พร้อมกันนั้นเองได้ดำริให้มีการจัดตั้ง โรงเรียนนัซริซซุนนะห์ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรทางศาสนาโดยเฉพาะ เพื่อการเผยแพร่หลักการอิสลามตามแนวทางของกิตาบุลลอฮฺและซุนนะห์

หลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2488  การจัดการเรียนการสอนของ โรงเรียนนัซริซซุนนะห์ ก็ยังคงดำเนินการต่อไปภายใต้การอำนวยการสอนของตวนอับดุรเราะหฺมาน หะซัน กรีมี (ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ) ซึ่งหลังจากนั้นนักเรียนที่จบการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้ หลายคนได้รับทุนการศึกษาและเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ (เมื่อจบการศึกษาจากสถาบันต่างๆ ในต่างประเทศแล้วก็กลับมารับใช้สังคมมุสลิมในด้านการจัดการศึกษาและพัฒนาการเรียนการสอนศาสนาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น)  หลายคนได้กลับสู่ภูมิลำเนาของตนเอง ด้วยสำนึกและตระหนักในความสำคัญของการจัดการศึกษาด้านศาสนาในท้องถิ่นของตัวเอง ได้จัดให้มีการเรียนการสอนตามหลักสูตรที่ได้รับการศึกษามาจากโรงเรียนฯของอัล อิศลาหฺ สมาคมแห่งนี้ ผลพวงที่แตกกิ่งก้านสาขาออกไปเหล่านี้เอง นับได้ว่าผลงานโดยรวมที่เกิดจากความวิริยะอุตสาหะของทุกท่านที่ได้ร่วมกันปลูกฝังและฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ นานามาจนถึงทุกวันนี้และแน่นอนย่อมมิไช่เป็นผลงานส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะแต่ประการใดทั้งสิ้น อันนับได้ว่าเป็นนิอฺมัตที่เราทั้งหลายได้ความโปรดปรานและชี้นำแนวทางอันถูกต้องจากอัลลอฮฺ (ซบ.)ให้แก่สถาบันแห่งนี้

ถึงวันนี้ “อัล อิศลาหฺ สมาคม ยังคงดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทางศาสนาต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ย่างเข้าสู่ปีที่ 75 ของการดำเนินงานของสมาคมฯ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งว่า สมาคมฯ ยังได้รับความร่วมมือร่วมใจจากบรรดานักวิชาการ นักการศาสนา ผู้ทรงคุณวุฒิและบุคลากรจากหลายสาขาอาชีพทั้งในท้องถิ่นและองค์กรอื่นๆ ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้ง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาทำงานศาสนาและบริหารกิจการของสมาคมในรูปของแบบของ คณะกรรมการอำนวยการสมาคมฯ” หลายต่อหลายชุด เราได้มีโอกาสร่วมกันระดมความคิดอันหลากหลาย แต่ยังคงยึดมั่นอยู่ในอุดมการณ์เดียวกัน โดยยืนหยัดที่จะดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทางศาสนาเพื่อการฟื้นฟู เผยแผ่และอนุรักษ์อิสลาม เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักการคำสอนในแนวทางของกิตาบุลลอฮฺและซุนนะห์ และกิจกรรมอื่นๆ ทางศาสนาตามที่กำหนดในวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ

วัตถุประสงค์ของอัลอิศลาหฺ สมาคม ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน (ฮ.ศ. 1353 – 1427)

1. เผยแพร่ศาสนาอิสลามตามหลักกิตาบุลลอฮฺและซุนนะห์ของท่านนบีมุฮัมหมัด
ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม
2. อบรมสมาชิกและพี่น้องมุสลิมในด้านศาสนกิจ สังคมและมารยาทตามแบบแผนอันถูก
ต้องของอิสลาม
3. ส่งเสริมความสามัคคีและการกีฬา อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติอิสลาม
4. ป้องกันและรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งศาสนาอิสลาม
5. รับอัลซะกาตและจัดสรรตลอดจนการอุทิศอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของพี่น้องมุสลิม
ตามขอบเขตแห่งบัญญัติอิสลาม และเพื่อใช้จ่ายในกุศลสาธารณะ เช่น อุดหนุนการ
ศึกษา ช่วยเด็กกำพร้า แม่หม้าย ฯลฯ ตามระเบียบการที่คณะกรรมการอำนวยการได้
ตราขึ้น
6. สงเคราะห์ผู้ประสพภัยพิบัติ และเกื้อกูลสมาชิกที่ตกอยู่ในความทุกข์ยาก ตามสมควร
แก่ฐานานุรูปและความจำเป็น

พันธกิจและภารกิจของ อัล อิศลาหฺ สมาคม” ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลากว่า 74 ปี

1. การจัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับข้อปฏิบัติตามบัญญัติอิสลาม 4 เล่ม ซึ่งจัดส่งให้แก่สมาชิกทุกคน และแจกเป็นวิทยาทานแก่พี่น้องมุสลิมและต่างศาสนิกที่สนใจ ตลอดจนองค์กรและสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ อันได้แก่

1.1) หนังสือวิธีละหมาดตามบัญญัติอิสลาม ถึงปี พ.ศ. 2544 (พิมพ์ครั้งล่าสุด) ได้จัดพิมพ์มาแล้วเป็นครั้งที่ 10 จำนวน 57,500 เล่ม

1.2) หนังสือการทำฮัจย์และอุมเราะฮฺตามบัญญัติอิสลาม ถึงปีพ.ศ. 2547 ได้จัดพิมพ์มาแล้วเป็นครั้งที่ 7

1.3) หนังสือการถือศีลอดตามบัญญัติอิสลาม ถึงปีพ.ศ. 2542 ได้จัดพิมพ์เป็นครั้งที่ 3

1.4) หนังสือซะกาตตามบัญญัติอิสลาม(บัญญัติซะกาตที่เป็นธรรม) ซึ่งได้จัดพิมพ์แล้ว 1 ครั้ง ซึ่งขณะนี้กำลังดำริที่ทำการแก้ไขและจัดพิมพ์ขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง

2. การจัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่ความรู้ด้านศาสนาให้แก่สมาชิก พี่น้องมุสลิมที่สนใจ และองค์กรต่างๆ ปีละ 3 ฉบับเป็นอย่างน้อย ถึงปี พ.ศ.2549 ย่างเข้าสู่การดำเนินในปีที่ 75 ได้จัดพิมพ์ถึงอันดับที่ 332

3. การจัดพิมพ์เอกสารอันดับพิเศษ เนื่องในโอกาสต่างๆ อาทิ การประชุมใหญ่ประจำปี การจัดกิจกรรมทางวิชาการนอกสถานที่และวันสำคัญต่างๆ ทางศาสนาอิสลาม ฯลฯ

4. การดำเนินการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ โดยการจัดการบรรยายศาสนธรรมในโอกาสต่างๆ ทั้งในสถานที่และนอกสถานที่ (ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด) ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้ดำเนินกิจกรรมดังกล่าวตามนโยบายในการเยี่ยมเยือนสมาชิกตามจังหวัดต่างๆ และโดยการแจ้งความจำนงของสมาชิกในท้องถิ่นต่างๆ รวมทั้งการจัดส่งวิทยากรของสมาคมฯ ร่วมการบรรยายศาสนธรรมกับสถาบันต่างๆ

5. การจัดการบรรยายศาสนธรรมประจำเดือน เป็นกิจกรรมต่อเนื่องซึ่งดำเนินการโดยนักวิชาการของสมาคมและในบางโอกาสได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันอื่นๆ ร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย

6. ปกปักรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงและหลักศรัทธาแห่งอิสลาม สมาคมฯ ได้เผยแพร่ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สมาชิกและพี่น้องมุสลิม ทั้งโดยการบรรยายและออกเอกสารท้วงติง คัดค้านและชี้แจงข้อเท็จจริง ในกรณีที่มีผู้นำเอกสารหรือการแปลเอกสารของลัทธิและ/หรือแนวคำสอนใดๆ ก็ตาม ที่ขัดต่อหลักการศรัทธาของอิสลาม มีเจตนาในการบิดเบือนและทำลายอิสลาม

7. การจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนตามหลักสูตรวิชาอิสลามศึกษา โดยมีเอกสารประกอบการเรียนรายวิชา อันได้แก่ วิชาอัตเตาฮีด ฟิกฮฺ ตัฟซีร อัลฮะดีษ ประวัติศาสตร์อิสลาม ตัจวีจและท่องจำอัลกุรอาน รวมถึงวิชาอื่นๆ ตามศาสนบัญญัติ ซึ่งมุ่งเน้นให้การศึกษาแก่เยาวชนมุสลิมและผู้ที่สนใจทั่วไป โดยไม่จำกัดเพศ วัยและความรู้พื้นฐาน